COMIC 29: ฮิตส์

posted on 14 Jul 2011 16:41 by slackaholics in Comic
การ์ตูนในตอนนี้พูดถึงคำถามที่ผมมีในใจมานานแล้วล่ะ คือผมอยากจะถาม ว่าไอ้รายการเพลง Future Hits ทั้งหลายเนี่ย มันไปรู้ได้ไง ว่าเพลงไหนจะดัง หรือว่าเค้าก็แค่เอาสถิติมาคำนวณ ว่านักร้องคนนี้ดังมาก่อน ดังนั้นเพลงที่เค้าออกมาใหม่จะต้องดังอีกแน่นอน

แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น นักร้องหน้าใหม่ๆ ก็หมดโอกาสกันสิ หรือว่าพวกดีเจฟังแล้วก็คิดว่ามันเพราะ อย่างงี้ไม่ได้หมายความว่าเพลงที่จะออกมาในตลาดเป็นเพลงที่ดีเจทั้งหลายเค้าชอบหรอกเหรอ

หรือจะ Hits ที่ไม่ Future ก็เหอะไอ้ฮิตส์ปัจจุบันเนี่ยก็ทำผมงงไปหลายรอบแล้ว อยู่ๆ เพลงใหม่ที่เพิ่งออกมา ติดขึ้นชาร์ตไปอันดับหนึ่งในทันที เพลงยังไม่ทันออกตลาดเลยไม่ใช่เรอะ ใครที่ไหนเป็นคนโหวตให้ไม่ทราบครับ

เคยได้ยินว่า มันจะมีบริษัทที่เค้าจะจัดอันดับว่าแบรนด์ไหนมีมูลค่าที่สุด และที่แปลกก็คือ แต่ละเจ้าจัดอันดับไม่เหมือนกันเลย พอลองไปค้นๆดูก็ได้คำตอบว่า บริษัทจัดอันดับพวกนี้ บางทีก็ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับแบรนด์ใหญ่ๆ ดังนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ ถ้าเค้าจะจัดอันดับมูลค่าแบรนด์ของลูกค้าของเค้าให้มันสูงเกินกว่าที่มันควรจะเป็น

ดังนั้นบางทีผมก็เลยคิดว่า การจัดอันดับชาร์ตเพลงทั้งหลาย อาจจะไม่ได้มาจากการโหวตของคนดูเพียงอย่างเดียวก็ได้ คือถ้ามีแต่เพลงที่ค่อยๆไต่ชาร์ตขึ้นไป ผมก็พอจะเข้าใจอยู่ ประมาณว่าคนค่อยๆได้ฟังและก็ค่อยๆรู้จัก โหวตๆกันไปด้วยความชอบ แต่เพลงที่อยู่ๆก็โผล่เข้ามาเป็นอันดับหนึ่งเลยเนี่ย ผมว่ามันก็ดูแปลกๆนะ หรือว่ามันจะเป็นแผนการตลาดอย่างหนึ่งหรือเปล่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ไม่ได้มีอะไรอ้างอิงหรอกนะ คิดๆไปตามความรู้สึกน่ะแหละ

ตั้ม

----พื้นที่โฆษณาพิเศษ กรุณาอ่านเพื่อผลประโยชน์ของจขบ.ตาดำๆ----

กลับมาแล้วจ้า (พูดไปพร้อมๆกับก้มหน้าหลบขวดเปล่าที่ปาเข้ามา)

หายหน้าหายตากันไปนานทีเดียวเชียว อย่างที่หลายๆคนทราบ กระผมไม่ได้หายไปเพราะไม่มีเวลาวาดการ์ตูนหรอก แต่หายไปวาดต่างหาก! ทั้งนี้ เพราะผมได้มีโอกาสทำหนังสือ Slackaholics กับสำนักพิมพ์อะบุ๊ก ออกมาอย่างเป็นเล่มจริงจัง ก็เลยใช้เวลาในปีที่ผ่านมา ทุ่มไปกับการเขียนหนังสือไปซะเยอะน่ะครับ ตอนนี้หนังสือที่ผมวาดได้ส่งเข้าโรงพิมพ์ไปแล้ว รายละเอียดต่างๆจะค่อยๆบอกทุกๆคน ผ่านทางบล็อกและเฟซบุ๊กเพจผมละกันนะ

เอาเป็นว่าผมขอชดเชยที่ไม่ได้อัพบล็อก โดยการคัดเลือกบางตอนจากหนังสือมาให้ดูกันในช่วงนี้นะครับ

สำหรับหนังสือที่จะออกมาในคราวนี้ จะมีจำนวนหน้ากว่า 160 หน้า คราวนี้อ่านกันแบบว่าจุใจไปเลยแน่นอน แถมยังเป็นหน้าสี่สีทั้งเล่ม (…โอ้ว...) ใช่แล้ว สีสี่ทั้งเล่ม! ไอ้ความที่มันเป็นสี่สีเนี่ยและ ที่ทำให้ผมเลือดตากระเด็นไปเป็นลิตรในช่วงส่งต้นฉบับ เพราะได้ทำการลงสีเพิ่ม และทำลายพื้นหลังต่างๆ ให้กับทุกๆตอนที่เขียน ตามคำแนะนำของสำนักพิมพ์ แต่ก็ผมก็ชอบผลลัพธ์ที่ออกมานะ อย่างตอนที่อัพโหลดไปในคราวนี้ อาจจะเห็นว่าได้ทำการลงสีให้เต็มที่กว่าแต่ก่อน หวังว่าจะชอบกันนะครับ

ล่าสุด ผมได้เห็นหนังสือตัวเองลงโฆษณาใน a day bulletin เล่มใหม่ แหมตื่นเต้นจัง ขอเอารูปมาแชร์หน่อย

สรุปคือ หนังสือของผมจะได้แจ้งวันเกิดเป็นวันที่ 4 สิงหาคม และจะทำการเริ่มขายเป็นครั้งแรกในช่วงวันที่ 4-7 สิงหาคมนี้ครับ ผมได้ทราบมาด้วยว่า จะมีการเปิดโอกาสให้นักเขียนไปร่วมงานด้วย ดังนั้นผมเองก็หวังว่าจะได้เจอทุกๆคนนะ ส่วนสถานที่ที่จัดงาน ได้มีการย้ายไปที่สยามเซ็นเตอร์ชั้นหนึ่งตรง Atrium แล้วนะครับ ไม่ใช่สยามดิสฯตามที่เขียนไว้

หนังสือของผมเล่มนี้มีชื่อว่า “นักวางแผนกวนตลาด” ครับ ที่ใช้ชื่อนี้เพราะว่า จริงๆแล้วเนื้อหาของการ์ตูนผม อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตพนักงานกินเงินเดือนโดยตรงซักเท่าไหร่ หลายๆครั้งจะเป็นเรื่องของการทำการตลาดมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคิดสโลแกน การตั้งชื่อสินค้า หรือการทำโฆษณาน่ะครับ ส่วนคำว่า “Slackaholics” ได้นำไปใช้เป็นนามปากกาแทนน่ะครับ

บอกตามตรงเลยว่า ดีใจมากที่ได้ได้ออกการ์ตูนเป็นเล่ม ตามที่เคยฝันไว้ตั้งแต่เด็กๆ (จะขายออกไม่ออกนี่อีกเรื่องนึงนะ) หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ผมตั้งใจทำมากๆในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ค่อยๆคิดและเขียนพล็อตในทุกๆวันในช่วงที่ผมไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ จนเพื่อนฝรั่งหลายๆคนที่เรียนด้วยกันต้องถามว่า นี่มรึงจะมาเรียนหรือมาเขียนการ์ตูนกันแน่

ที่ผมมาถึงตรงจุดนี้ได้ ก็คงจะต้องขอขอบคุณคุณแชมป์และชาว exteen ทุกๆคนที่ให้กำลังใจเสมอมา ถึงแม้ว่าผมจะอัพบล็อกบ้างไม่อัพบ้าง ก็ยังคงจะไม่ลืมกัน ที่ผ่านๆมาผมก็มาอ่านบล็อกของเพื่อนๆและของชาว exteen มาตลอด ได้แรงบัลดาลใจและไอเดียใหม่ๆมาก็เยอะอยู่ นอกจากที่เดี๋ยวนี้มีบล็อกใหม่ๆเจ๋งๆเยอะแยะแล้ว หลายๆท่านยังอุตส่าห์แอดบล็อกผมเป็น favorites อีก แม้ว่าผมจะอู้ขนาดไหนก็ตาม...

...ขอบคุณนะครับ...

มีคนถามว่า แล้วต่อจะนี้จะเอาไง หลังจากหนังสือออกมาแล้ว จะอัพบล็อกต่อไปเรื่อยๆไหม ผมก็ตั้งใจว่าจะอัพนะครับ ถ้าผมไม่ได้ทำหนังสือก็น่าจะมีเวลามากขึ้น ตอนนี้ผมก็มาฝึกงานในบริษัทโฆษณาอยู่ ได้มีไอเดียใหม่ๆเข้ามาเรื่อยๆ แต่ก็อาจจะขึ้นอยู่กับว่า ผลตอบรับของตลาดกับเล่มหนึ่งเป็นอย่างไรด้วย ถ้าผลตอบรับเป็นไปได้ด้วยดี ผมเองก็คงจะมีแรงฮึดเขียนตอนใหม่ๆขึ้นมาเพิ่ม (ดีไม่ดีอาจจะได้ออกเล่ม 2) ดังนั้น.... ซื้อหนังสือเค้าเถอะ!

สำหรับคนที่มีความมั่นใจกระปริบกระปรอยอย่างผม พูดแบบนี้ก็อาจจะฟังแปลกๆ แต่ผมคิดว่า...

...หนังสือผมสนุกแน่ๆครับ...
:)

COMIC 28: ลดได้หมด

posted on 04 Feb 2011 16:23 by slackaholics in Comic
กลับมาแร้ว หายหน้าไปอีกนานนึง ทนๆกับคนเขียนจอมอู้คนนี้หน่อยนะ ก็แหมชื่อบล็อกก็คงละสื่อแล้วว่าคนเขียนเนี่ยแหละจอมอู้กว่าใครเพื่อน แต่จะพยายามกลับมาบ่อยๆนะ อย่าลืมกันนะคับ
 
เอาเป็นว่าขอเข้าเรื่องเลยละกัน การ์ตูนตอนนี้เขียนถึงประสบการณ์ในการไปซื้อของตามห้างของผมเองน่ะแหละ เอาบัตรลดไปทีไรใช้ได้แต่กับสินค้าพวกผ้าปูที่นอนหรือผ้าเช็ดตัวทุกที ยิ่งลดเยอะ ของที่ใช้ลดได้ก็น้อยลงเรื่อยๆ ไปๆมาๆก็ไม่เคยได้ใช้พวกบัตรลดพวกนี้สักที เหมือนกับว่าบัตรลดพวกนี้เป็นแผนการตลาดของห้างที่จะดันให้เราเข้าไปซื้อของอย่างอื่นมากกว่า
 
ดังนั้น ผมก็เลยกลายเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบคำว่า ”ได้ทุก อย่าง...ยกเว้น” เพราะมันเป็นประโยคที่ตีกันเองมากๆ เหมือนกับพวกสินค้าที่ชอบเขียนโฆษณาคำโตๆว่า “10 บาทเท่านั้น” แล้วก็เขียนเป็นตัวอักษรเล็กเท่ามดว่า “เมื่อท่านซื้อสินค้าร้านเราครบ 1,000 บาท” การขึ้นต้นประโยคแบบนี้เหมือนมีไว้ให้ลูกค้าสนใจจนโดนดึงดูดเข้าร้าน แล้วหลายๆคนก็คงจะหลวมตัวยอมๆซื้อไปถึงแม้ว่าโปรโมชั่นที่ได้มาไม่คุ้มอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก
 
เนื่องจากผมเป็นเหยื่อที่ดีมากของการลดราคา ผมจึงโดนไอ้พวกการขึ้นต้นประโยคแบบนี้ดึงให้เข้าไปในร้านได้โดยง่าย แต่ถึงแม้ว่าจะเดินเข้าไปแล้ว ถ้าผมเจอพวกข้อยกเว้นต่างๆมากมายจากที่เค้าเขียนไว้ตอนแรก ผมก็จะไม่ยอมซื้ออะไรจริงๆนะ เพราะว่ารู้สีกเหมือนกำลังโดนเอาเปรียบ ถึงแม้ว่ามันจะลดราคากันขนาดไหนก็เถอะ
 
ตั้ม

COMIC 27: อร่อยเลิศ

posted on 14 Dec 2010 12:22 by slackaholics in Comic
สวัสดีครับ ยังจำกันได้หรือเปล่าเอ่ย

ก่อนอื่นต้องขออภัยอย่างยิ่งที่หายตัวไปนานนึง มีช่วงนึงแอบ log in เข้ามาดูว่าบล็อกข้าพเจ้าโดนปิดไปหรือยัง ดีใจนะเนี่ยที่ยังอยู่ ขอบคุณชาว exteen ที่ยังไม่ระเอือมกัน พอดีผมไปเรียนต่อแล้วแบบว่า...เรียนหนักมาก...ทำงานหามรุ่งหามค่ำ หาเวลามาอัพบล็อกไม่ได้เลยจริงๆ แต่ตอนนี้ปิดเทอมช่วงปลายปีพอดี ก็เลยมีโอกาสได้หายใจกับเค้าบ้าง แล้วก็กลับมาอัพต่อเนี่ยแหละครับ ตอนนี้ผมเรียนจบไปหนึ่งเทอม เค้าบอกว่ามันจะเรียนหนักมากๆแค่เทอมแรก ดังนั้นผมก็หวังว่าตอนเปิดเทอมกลับไปเรียนแล้วผมจะไม่ต้องเรียนหนักเท่ากับเทอมแรกแล้วก็มีเวลามาอัพบ่อยๆนะ อย่าพึ่งโกรธกันนะ นะๆๆ

เอาเป็นว่าขอเข้าเรื่อง (หรือเปลี่ยนเรื่องก่อนที่จะโดนด่ามากไปกว่านี้) เลยละกัน การ์ตูนที่เขียนตอนนี้อยากจะเขียนถึงพวกสื่อโฆษณาหลายๆตัวที่เขียนข้อความที่มันขัดกันเองน่ะครับ หลายๆคนน่าจะเคยเจอมาบ้างนะ ซึ่งเวลาผมเห็นทีไรก็แอบรู้สึกแปลกใจว่า...เค้าไม่คิดจะตรวจทานก่อนที่จะเอามาออกโฆษณากันเลยหรือไง อย่างการที่ร้านอาหารมาติดป้ายหน้าร้านว่ารับสมัครพ่อครัวเนี่ย ผมคิดว่ามันดูไม่ดีเลยนะ เหมือนกับเป็นการบอกว่า “ตอนนี้พ่อครัวเราลาออกไปแล้วนะคะ เอาพนักงานล้างจานมาผัดอาหารชั่วคราวอยู่ค่ะ” พอเห็นป้ายรับสมัครพ่อครัวแบบนี้แล้ว ผมหมดอารมณ์จนไม่ค่อยอยากจะเดินเข้าเลยจริงๆ เอ...หรือว่าผมเรื่องมากอยู่คนเดียวครับ

ทีแรกคิดว่าจะเขียนแซวโปสเตอร์โฆษณาโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่ผมเดินผ่านวันที่แล้ว เป็นแบบโฆษณาผ้าใบที่ขึงๆไว้ตามรั้วน่ะครับ พอดีผมอดไม่ได้ที่จะไปสังเกตตรงที่เค้าเขียนว่า... “We are teach very good English!”...เอ่อ ...ท่านครับ....ไม่ทราบว่าท่านคิดอะไรอยู่ครับ... อุตส่าห์เสียตั้งค์พิมพ์ผ้าใบโฆษณาซะอย่างดีขนาดนี้ กลายเป็นเหมือนขุดหลุมฝังศพให้โรงเรียนตัวเองมากกว่า เพราะถ้าผมเป็นพ่อแม่ผมจะไม่ส่งลูกไปเรียนที่นี่แน่นอน ถึงแม้ว่าคุณครูจะไม่ได้เก่งภาษาอะไรมาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะพอหาคนที่มาช่วงตรวจทานก่อนที่จะพิมพ์หน่อยดีมั้ยครับ เอ... หรือว่าผมจะคิดมากกับอะไรแบบนี้อยู่คนเดียวครับ
 
ตั้ม