COMIC 26: ก่อนนอน

posted on 14 Aug 2010 18:06 by slackaholics  in Comic

ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนนะครับว่า การ์ตูนตอนนี้ไม่ได้จะล้อเลียนวีต้ากับสโลแกน “ดื่มวีต้าแล้วไปนอนซะ” นะ แต่ผมอยากจะขอพูดถึงเรื่องของโฆษณาของสินค้าอื่นๆที่ลอกเลียนแบบไอเดียโฆษณาของวีต้ามากกว่า

สำหรับวีต้าเบอรี่/วีต้าพรุน ... การที่เราจะดื่มกระปุกเล็กๆก่อนนอน ตามที่สโลแกนเค้าบอกไว้ ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดผลเสียอะไรเพราะจำนวนแคลอรี่มันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วก็คงจะมีประโยชน์จากวิตามินต่างๆตามที่เค้าแจ้งไว้ แถมผมก็ยังเคยได้ยินว่าการกินผลไม้จำพวกเบอรี่หรือพรุนก่อนที่เราจะนอนจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ในเวลาที่เราตื่นในวันต่อมาเราก็จะสบายท้อง และอาจจะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น (แต่ผมก็ไม่เคยลองกินหรอกนะ)

แต่หลังจากที่สโลแกน “ดื่มวีต้าแล้วไปนอนซะ” ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและกลายเป็นคำฮิตติดปาก ผมก็เริ่มเห็นสินค้าต่างๆที่พยายามจะลอกเลียนแบบเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีการบริโภคเป็นประจำ ออกสโลแกนมาตามๆกันว่า “กิน xxx ก่อนนอน” หรือ “อย่าลืมดื่ม xxx ทุกวัน” ... ก็อปปี้วีต้ากันเห็นๆ

เวลาที่ผมเห็นโฆษณาแบบนี้ บางทีก็ทำให้ผมรู้สึกงงๆไปเหมือนกัน ถ้าดูจากตัวสินค้าแล้ว จะให้ผมกินสินค้าคุณก่อนนอนทุกวัน ผมคงจะไขมันจุกอกตายพอดี

จะไปยืมสโลแกนใครมาใช้ก็ช่วยดูสรรพคุณของสินค้าตัวเองนิดนึงนะครับ

ตั้ม

COMIC 25: บัตรลด

posted on 04 Aug 2010 18:28 by slackaholics  in Comic

เดี๋ยวนี้พอผมไปซื้อหรือกินอาหารของที่ไร ผมลืมเอาบัตรลดไปทุกที

ไม่ใช่เพราะว่าลืมหรืออะไรหรอกนะครับ แต่มักจะเป็นเพราะว่าผมหยิบบัตรลดมาผิดร้าน เพราะว่าเดี๋ยวนี้มีบัตรลดเยอะเหลือเกิน แต่ละวันก่อนจะออกจากบ้านต้องมานั่งคิดดูว่าจะเอาบัตรลดใบไหนไปดี พอเอาบัตรลดของร้าน A มา เพื่อนๆก็จะไปกินร้าน B แล้วพอเอาบัตรลดร้าน B มาทุกคนก็จะอยากจะไปกินร้าน A แต่จะผมให้ยัดบัตรลดทุกใบลงไปในกระเป๋าตังค์ก็เห็นจะไม่ไหว

ไหนจะบัตรเครดิต บัตรสะสมแต้ม คูปองลดราคา คูปองแลกซื้อของต่างๆอีกล่ะ กระเป๋าตังค์ก็บวมขึ้นทุกวันทุกวัน นี้ใกล้จะเอาแฟ้มมาเก็บบัตรลดแล้วแบกไปไหนมาไหนแล้วนะ

ส่วนไอ้บัตรสะสมแต้มเนี่ย มันเป็นอะไรที่กินที่กระเป๋าตังค์มากๆ ผมเคยได้ยินมาว่า ห้างสรรพสินค้าต่างๆจะพยายามยัดเยียดให้เราใช้บัตรสะสมแต้มพวกนี้ให้ได้ และก็จะพยายามให้เราสมัครบัตรสะสมแต้มโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะสิ่งเค้าจะได้ก็คือข้อมูลของเรา นอกจากจะได้ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของเราไปแล้ว ยังสามารถรู้ได้อีกว่าเรามีพฤติกรรมการซื้อของแบบไหน ชอบซื้ออะไรบ้าง ช๊อปปิ้งเวลาไหนบ้าง เป็นการเก็บฐานข้อมูลลูกค้าที่ดีวิธีหนึ่ง ซึ่งในขณะเดียวกันลูกค้าก็ได้ส่วนลดและก็คูปองต่างๆส่งมาที่บ้านด้วย บัตรแบบนี้ผมว่าก็ดีเพราะเป็น win win situation (คือแบบทั้งเค้าและเราได้ผลประโยชน์) แต่ผมก็ยังขี้เกียจพกบัตรสะสมแต้มเหล่านี้อยู่ดี

ถ้าเกิดมีบัตรใบนึงที่เก็บข้อมูลบัตรลดหลายๆอย่างไว้ในบัตรเดียวก็คงจะดีสินะ กระเป๋าตังค์ผมจะได้ไม่ต้องอ้วนมาก ในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะมีบัตรแบบนี้ออกมาก็ได้นะ

ตั้ม

COMIC 24: ส่วนตัว

posted on 25 Jul 2010 13:40 by slackaholics  in Comic

ก่อนที่จะทำหนังสือขาย ขออัพอีกตอนดีกว่า

สำหรับการ์ตูนตอนนี้ ผมแอบเอาเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนผมสมัยตอนที่พวกเราอยู่ป.ห้ามาเขียน คือตอนนั้นพวกเราต้องกรอกแบบฟอร์มกันเพื่อไปทำ passport เพื่อนผมก็อ่านคำว่า sex ซึ่งให้กรอกว่าเป็น male หรือ female แต่มันดันไปเข้าใจว่าคุณคิดถึงเรื่อง sex บ่อยแค่ไหน

มันก็เลย....กรอก “A little” ลงไปจริงๆ

แล้วพอเอาไปส่งเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่หัวเราะใหญ่เลย ผมก็เลยจำได้จนวันนี้ไม่เคยลืม ก็เลยขออนุญาต (โดยที่ยังไม่ได้รับการอนุญาต) เอามาเขียนเป็นตัวอย่างในสิ่งที่ไม่ควรกรอกเวลาไปสมัครงานน่ะครับ แต่เดี๋ยวนี้เค้าไม่ค่อยใช้คำว่า sex กันแล้วเนอะ จะใช้คำว่า gender ซะมากกว่า

ก่อนจะไป ขอโฆษณาอีกรอบ คือ slackaholics จะออกเป็นหนังสือทำมือขายที่อะบุ๊กแฟร์อย่างที่เคยบอกไว้ ภายใต้ชื่อ "Slackaholics: ออฟฟิศติ๊ดชึ่ง" ตอนนี้ราคาจะตั้งอยู่ที่ 60 บาทนะครับ รบกวนลงชื่อไว้ใน facebook page ของ slackaholics (http://www.facebook.com/slackaholics) จองไว้ก็ดีนะครับ จะได้เก็บไว้ให้ เพราะว่าคงผลิตไม่เยอะมาก

ตอนนี้อะบุ๊กแฟร์เค้าลงรายละเอียดของงานไว้บน aday bulletin แล้วก็ link ใน facebook ของเค้าด้วยครับ ขออนุญาติเอามาแชร์นะ

http://www.facebook.com/#!/photo.php?pid=298622&id=140151262681697

หนังสือน่าอ่านเยอะมาก แล้วก็จะมีนักเขียนเก่งๆจาก exteen ก็มาออกหนังสือกันด้วย

มางานแล้วมาเยี่ยมกันหน่อยนะครับ

ตั้ม

COMIC 23: คอนเสิร์ต

posted on 10 Jul 2010 13:12 by slackaholics  in Comic

บางทีการเอาใจเขามาใส่ใจเราก็ไม่ได้เวิร์คเสมอไปนะ

บางทีบริษัทก็ชอบคิดแทนลูกค้า คิดว่าลูกค้าต้องชอบแบบนู้นบ้างแบบนี้บ้าง เพราะว่าคนในบริษัทชอบ แต่เอาเข้าจริงๆ ชีวิตคนเราแต่ละคนแตกต่างกันมากๆ ยากเหลือเกินที่จะให้ชอบอะไรที่เหมือนๆกัน

มันก็แน่อยู่แล้วว่า คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะผลิตสินค้าออกหรือทำงานบริการมาให้ตรงใจกับลูกค้าทุกๆคน ซึ่งนั้นก็เป็นที่มาขอเรื่องการแบ่งลูกเค้าเป็นกลุ่มๆ (customer segmentation) แล้วก็พยายามออกสินค้าให้โดน lifestyle ของลูกค้าแต่ละกลุ่มให้มากที่สุด โดยที่มุ่งเน้นในเรื่องการทำความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อมากที่สุด

เดี๋ยวนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็นลูกค้าดีและไม่ดีอีกนะ ลูกค้าดีเนี่ยคือคนที่จะเข้ามาซื้อของเราเรื่อยๆ ส่วนลูกค้าไม่ดีก็จะเป็นคนที่อาจจะซื้อของไปแล้วก็เข้ามาโวย นานๆทีซื้อที ดังนั้นสิ่งที่บรัทต้องทำก็คือ ทำความเข้าใจให้ได้มากที่สุดว่าลูกค้าที่ดีเค้าชอบอะไร แล้วก็ออกสินค้ามาให้ตรงใจลูกค้าดี ถ้าลูกค้าไม่ดีไม่อชบก็ไม่เป็นไร ดีซะอีกที่จะได้กำจัดลูกค้าตัวปัญหาไป

ตั้ม